สีนำโชคของญี่ปุ่น ทำไมเป็นสีขาวแดง ?

ถ้าหากพูดถึงสีขาว – แดง ก็จะต้องนึกถึง สีนำโชคของญี่ปุ่น ที่เรามักจะพบได้ทั่ว ๆ ไป ตามสถานที่ต่าง ๆ ของประเทศญี่ปุ่น หรือเครื่องราง ทำไมถึงต้องเป็นสีขาว – แดงนะ ? เรามาดูกัน 

ทำไมสีขาว – แดง จึงเป็น สีนำโชคของญี่ปุ่น ?

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่นชอบประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแข่งขันร้องเพลงของเหล่าศิลปิน ที่งานขาว – แดง สีขาว และสีแดงเป็นสีที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปของวัฒนธรรมญี่ปุ่น เช่น ธงชาติ ชุดเจ้าสาว และอีกมากมาย ทั้งสองสีนี้มีความสำคัญอย่างไร ทำไมถึงต้องนำมาใช้ในงานมงคล เราจะพาคุณมาดูทฤษฎีต่าง ๆ ที่มีความหมายเกี่ยวข้องกับ สีนำโชค สีขาว – สีแดง สีนำโชคของญี่ปุ่น กันเลยดีกว่าค่ะ 

สีนำโชคของญี่ปุ่น ขาว - แดง

Kouhaku (紅白) หมายถึง สีแดง (紅) กับสีขาว (白) คือสีที่จะถูกนำมาใช้ในงานมงคลของญี่ปุ่น และสามารถใช้เพื่อแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่มที่มีความตรงข้ามกัน เช่น เทศกาลกีฬา หรือการแข่งขันร้องเพลงที่งานขาว-แดง ในภาษาญี่ปุ่นนั้นจะมีตัวคันจิที่มีความหมายว่าสีแดง 赤 แต่ที่ไม่ใช้ตัว 赤白 เพราะว่า 赤 มีความหมายไปในทางแง่ลบ แต่ก็ยังมีอีกทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่า มันคือตัวอักษรจีน ที่ได้ถ่ายทอดมายังญี่ปุ่น ตัวที่หมายถึงสีแดงจะใช้ 紅 ไม่ใช่ 赤

อักษรที่มีความหมายสีแดง

สีแดงนั้นจะมีหลากหลายโทน แต่สำหรับ 赤 กับ 紅 ที่มีความแตกต่างอย่างชัดเจน ตัว 紅  มีความหมายว่า สีแดงที่คล้าย ๆ กับสีแดงเลือดหมู เป็นที่แดงที่ได้มาจากดอกคำฝอย แต่ทั่ว ๆ ไปแล้ว เมื่อพูดถึงคำว่า 紅白 ก็มักจะถูกเหมารวมเป็นสีแดงธรรมดา ไม่ได้มีการเจาะจงว่าจะต้องเป็นสีแดงแบบดอกคำฝอย 

ว่ากันว่าต้นกำเนิดของ Kouhaku (紅白) เกิดมาจาก สงคราม Genpei สงครามกลางเมืองขนาดใหญ่ ที่เกิดขึ้นในช่วง ค.ศ.1180 – 1185 ช่วงปลายสมัยของเฮอัน การแย่งชิงอำนาจระหว่างตระกูลนิมาโมโตะ และตระกูลไทรในช่วงของสงครามฝั่งมินาโมโตะ จะใช้ธงสีขาว (วงกลมแดง พื้นหลังขาว) และฝั่งของไทระจะใช้ธงสีแดง (วงกลมสีทองบนพื้นหลังสีแดง) สีขาว – แดง จึงได้ถูกนำมาใช้แบ่งทั้ง 2 ฝ่าย 

ความเป็นมาของ Kouhaku (紅白)

นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีอื่น ๆ ที่เป็นที่มาของ Kouhaku (紅白) เช่น การสื่อถึงชีวิต ความเป็น ความตายของมนุษย์ สีแดงนั้นจะสื่อถึงทารก และสีขาวจะสื่อถึง ชุดชินิโชโซกุ (ชุดกิโมโนสีขาว ที่จะสวมให้กับผู้เสียชีวิต)

หรือทฤษฎีที่ว่าเกิดมาจากชุดเจ้าสาวแบบ Shiromuku (白無垢) เริ่มสวมใส่กันในยุคของโรมาจิ ต่อมาในปลายสมัยเอโดะ จะมีการเพิ่มซับสีแดงเข้าไป เรียกว่า  Akafuki no Shiromuku (赤ふきの白無垢) สีขาว คือ สัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ไร้ราคี และสีแดง คือ สัญลักษณ์ของความหลงใหล มุ่งมั่น และเด็ดขาด 

ที่มาของ Kouhaku (紅白)

และอีกทฤษฎีที่กำเนิดมาจาก เซกิอัง สมัยโบราณของญี่ปุ่น เมื่อมีงานการเฉลิมฉลอง จะนิยมทำโมจิ และหุงข้าวเซกิอัง (ข้าวเหนียวขาว ที่ถูกย้อมเป็นสีแดง โดยใช้ถั่วแดง)  สีแดงที่ได้มาจากเซกิอัง และสีขาวมาจากสีของโมจิ ทั้งหมดนี้อาจจะมีความหมายสีแห่งความมงคล 

เพราะเหตุใดสีขาว – แดง ถึงเป็นสีมงคล 

อย่างที่เราได้กล่าวไป ในโอกาสพิเศษ เทศกาล งานประจำปี หรืองานเฉลิมฉลองต่าง ๆ จะมีการทำโมจิ และหุงข้าวเซกิอัง สิ่งนี้อาจจะกลายมาเป็นแนวคิดในเรื่องของสีขาว – แดง มาเป็นสีแห่งความมงคล และอีกทฤษฎี คือ สมัยโรมาจิ กล่องสินค้าทั้งหมดที่ได้มีการนำเข้ามา จะมีการผูกด้วยเชือกสีขาว – แดง ทางฝั่งประเทศจีนเชือกนี้ คือ ธรรมเนียมที่ใช้ในการส่งมอบของขวัญ คนญี่ปุ่นจึงเริ่มมีการนำเชือกสีขาว – แดง มาใช้ในการส่งของขวัญ จนได้กลายมาเป็นต้นกำเนิดของ มิซุฮิกิ (เชือกขาว – แดงสไตล์ญี่ปุ่น) และมีการเชื่อมโยงสีขาว – แดง เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องของความโชคดี 

ธรรมเนียมที่ใช้ในการส่งมอบของขวัญ

หากพูดถึงสีขาว – แดง อีกอย่างที่คนจะนึกถึงกัน คือ Hi no Maru (日の丸) ธงชาติญี่ปุ่นที่จะมีวงกลมสีแดง บนพื้นหลังสีขาว วงกลมสีแดง จะไม่ใช่สีแดงเข้ม แต่จะเป็นสีแดงเลือดหมูแบบ 紅 สีขาว – แดง จึงเป็นสีที่ชาวญี่ปุ่นคุ้นเคยกัน เพราะไม่ได้เป็นเพียงแค่สีมงคลเท่านั้น แต่ยังเป็นสีธงประจำประเทศอีกด้วย 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับสาระสายมูดี ๆ ที่เราได้เอามาฝากกันในวันนี้ เว็บของเรายังมีเรื่องราว ข้อมูลดี ๆ อีกมากมายให้เพื่อนได้ติดตามกัน และเรายังมีเกมสนุก ๆ ให้เล่นคลายเครียด พร้อมช่วยสร้างรายได้ไปในตัว รับประกันความสนุก และกำไรมากมาย เช่น คาสิโน บาคาร่า ไพ่เสือมังกร ไฮโล กำถั่ว สล็อตออนไลน์ เกมยิงปลา แทงหวย เกมสนุก ๆ รอคุณอยู่