Dim Sum Mania ดอกไม้ที่คนญี่ปุ่นกลัว!

ทำไมดอก Dim Sum Mania จึงเป็นดอกไม้ที่คนญี่ปุ่นหวาดกลัว ดอกฮิกันบานะ เป็นดอกไม้ที่คนไม่กล้าจะปลูกไว้ที่บ้านกัน มาทำความรู้จักตำนาน ความเป็นมาของดอกไม้ชนิดนี้กัน

ทำไมคนญี่ปุ่นถึงกลัวดอก Dim Sum Mania ฮิบานะ

ดอกไม้ชนิดหนึ่งที่มีสีแดงสด บานเด่นสวยงามในช่วงเดือนกันยายน Dim Sum Mania ดอกฮิกันบานะ เป็นดอกไม้ที่คุณญี่ปุ่นหลาย ๆ คนกลัว และไม่กล้าปลูกไว้ที่บ้าน ดอกฮิกันบานะ (彼岸花) ชื่อภาษาอังกฤษ Red spider lily เป็นพืชในวงศ์ของลิลลี่

ต้นไม้ชนิดนี้จะมีวงชีวิตของดอกไม้ และใบที่ไม่เคยพบเจอกัน มีวงจรชีวิตประมาณกลางเดือนกันยายน ก้านดอกไม้จะโผล่ขึ้นมาจากดินอย่างรวดเร็ว และดอกจะบาน เมื่อดอกไม้ได้ร่วงโรยไป ใบไม่จะแตกออกมาเป็นสีเขียวข้ามฤดูหนาว และฤดูใบไม้ผลิ เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนใบก็จะเหี่ยวเฉา เหนือไว้แค่หัวใต้ดิน และรอเวลาที่เหมาะสม จึงบานดอกสีแดงสวยงามอีกครั้ง 

รู้จักดอกฮิกันบานะ Dim Sum Mania

 แล้วทำไมคนญี่ปุ่นต้องกลัวดอกไม้ชนิดนี้ ?

  • การที่ดอกบานในช่วงวันศารทวิษุวัต

วันศารทวิษุวัต (秋分の日, Autumn Equinox) เป็นวันที่คนญี่ปุ่นนั้นเชื่อว่าโลกปัจจุบัน และโลกอีกหนึ่งใบจะอยู่ใกล้กันมากที่สุด ทำให้มีการสื่อสารระหว่างคนที่มีชีวิต และบรรพบุรุษที่ได้จากโลกนี้ไปแล้วง่ายที่สุด ทางศาสนาพุทธช่วงเวลา 7 วันของศารทวิษุวัต เป็นช่วงที่ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า วิญญาณของบรรพบุรุษจะเข้าสู่สภาวะแห่งการรู้แจ้ง และความสงบสุข เรียกว่า ฮิกัน (彼岸) ในช่วงเวลานี้ชาวญี่ปุ่นจะได้สุสานเพื่อทำความเคารพวิญญาณของบรรพบุรุษ และการที่ดอกไม้ชนิดหนึ่งบานในช่วงนี้ มันจึงได้ชื่อว่า ฮิกันบานะ

  • คำขู่ของคนรุ่นก่อน 

การบานในช่วงนั้น และดอกไม้นี้ยังมีสีแดง คล้ายกับเลือด มีกลีบเป็นริ้วดูแล้วน่ากลัว น่าขยะแขยง อีกทั้งทุกส่วนของต้นไม้ ไม่ว่าจะเป็น ดอก ใบ ก้านชูดอก หัว ต่างก็มีพิษ คนญี่ปุ่นในสมัยก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกหลาน เข้าไปเล่น และเอาดอกไม้ชนิดนี้เข้าบ้านจึงได้สร้างคำขู่ว่า การนำต้นฮิกันบานะมาปลูกในบ้านจะสร้างความเดือดร้อนให้แก่คนในครอบครัว

ทำไมคนญี่ปุ่นกลัวดอกฮิกันบานะ
  • มีการปลูกดอกฮิกันบานะไว้ในสุสาน

สมัยก่อนไม่ได้มีการเผาฌาปนกิจศพ เหมือนในปัจจุบัน ร่างของผู้ที่เสียชีวิต จะถูกฝั่งไว้ที่สุสาน คนญี่ปุ่นในสมัยนั้น จะปลูกต้นฮิกันบานะไว้รอบ ๆ สุสาน เพื่อป้องกันไม่ให้หนู หรือตัวตุ่นเข้าไปกัดแทะศพ เพราะมันมีสารพิษ Lycorine เพราะในหัวของต้นไม้ชนิดนี้จะสามารถไล่หนู หรือตุ่นเข้าใกล้กับศพ ด้วยความที่ดอกไม้ชนิดนี้มีพิษมาก หากรับประทานเข้าไป หัวของต้นไม้ชนิดนี้ จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย หายใจลำบาก และอาจจะทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้ 

มุมมองของดอกฮิกันบานะของคนญี่ปุ่นในปัจจุบัน

ด้วยความที่โลกมีการพัฒนา วิวัฒนาการมากขึ้น ทำให้ชาวญี่ปุ่นเริ่มมีความเข้าใจ และมองเห็นข้อเท็จจริงทางธรรมชาติมากขึ้น ชาวนาจึงมีการปลูกต้นฮิกันบานะไว้ตามคันนา เพื่อป้องกันไม่ให้หนู และสัตว์ตัวเล็ก ๆ เข้ามากิน และทำลายพืชผลที่ได้ปลูกเอาไว้

คนญี่ปุ่นหลาย ๆ คนเริ่มการนำดอกฮิกันบานะเข้ามาปลูกในบ้าน และปลูกไว้ตามทุ่ง สวนสาธารณะ เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมความงดงาม ดอกไม้มากมาย รวมไปถึงฮิกันบานะ ในช่วงเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ที่มีอากาศสบาย ๆ เหมาะกับการออกไปสัมผัสธรรมชาติอย่างยิ่ง 

หากคุณเดินทางมาที่ญี่ปุ่นหลังจากวันที่ 15 กันยายนของทุก ๆ ปี จะสามารถมองเห็นทุ่งดอกไม้ฮิกันบานะสีแดงสด สวยงาม แม้จะมีความสวยงามขนาดไหน แต่ก็มีข้อควรระวัง คือ ควรชมอยู่ห่าง ๆ ไม่สัมผัส หรือเด็ดดอกไม้ด้วยมือเปล่าเป็นอันขาด !!


เป็นอย่างไรบ้างคะ ?? กับสาระดี ๆ ความเชื่อ ที่เราได้เอามาฝากกันในวันนี้ ปัจจุบันดอกไม้ชนิดนี้ เป็นดอกไม้สวยงาม และมีการนำไปใช้ประโยชน์ ในการป้องกันผลผลิตต่าง ๆ  ทางการเกษตรได้ และเว็บของเรายังมีสาระดี ๆ มาฝากคุณอีกมากมาย มานพเสนอคุณ และเรายังมีบริการเกมสนุก ๆ ที่จะช่วยคุณสร้างรายได้ไปในตัว ทำเงินได้ทุกที่ ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเรารองรับทั้ง IOS และ Android

เกมเพียบ คาสิโนออนไลน์ บาคาร่า ไพ่เสือมังกร ไฮโล รูเล็ต กำถั่ว วงล้อนำโชค ป๊อกเด้ง เป่ายิ้งฉุบ สล็อตเกมคุณภาพ เลือกได้มากถึง 700 รายการ จากค่ายดัง แจ็คพอตไม่อั้น เกมยิงปลา แทงหวย มีให้เล่นครบ ลุ้นรางวัลได้ทุก ๆ วัน